MENU
0869591542, 0924951956, 026833545 serenetour@hotmail.com LINE ID : serenetour

LEH PARADISE

Trekking

India

7D6N

45,900 บาท


DOWNLOAD โปรแกรมการเดินทาง

 วันแรกของการเดินทาง  กรุงเทพฯ - เดลี

06.00 น. ผู้เดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 7- 8พบกันที่ช่องWรับเอกสารเดินทางจากเจ้าหน้าที่ และป้ายชื่อติดกระเป๋าแล้วส่งขึ้นสายพานที่หน้าเคาน์เตอร์ AIR INDIA
08.55 น. เดินทางสู่ประเทศอินเดีย โดยAir India เที่ยวบินที่ AI333(มีอาหารเสริฟ์บนเครื่องบิน)
12.00 น. (เวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าไทย 1.30 ช.ม.)  ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เมืองเดลี ประเทศอินเดียผ่านการตรวจหนังสือเดินทาง
14.00 น. เดินทางไปยัง Akshardham Temple ปี 2005 ได้เกิดศาสนสถานฮินดูแห่งใหม่ในเดลีที่มีขนาดใหญ่โตมาก มีชื่อว่าอักชารดาห์มAkshardhamหมายถึงศาสนสถานนิรันดร์กาลของพระเจ้าสูงสุด ตามที่ปรากฏในพระเวทของศาสนาฮินดู วัดนี้เป็นฮินดูนิกายหนึ่งที่เรียกชื่อตามศาสดาว่า สวามีนารายัน Swaminarayanจุดเริ่มแรกของศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่นี้ มาจากความปรารถนาอย่างแรงกล้าของ BrahmaswarupYogijiMaharajศาสดาหรือกูรูองค์ที่ 4 ของนิกาย Swaminarayanเมื่อปี ค.ศ. 1968 ที่อยากจะให้มีวัดของนิกาย ริมแม่น้ำยมุนา ความฝันนี้ได้รับการทำให้เป็นจริงโดย Pramukh Swami Maharajกูรูองค์ที่ 5 และองค์ปัจจุบัน
อัศจรรย์งานก่อสร้างวัด Akshardhamใช้เวลาสร้างเพียง 5 ปี ด้วยการควบคุมอย่างใกล้ชิดจาก Pramukh Swami Maharajองค์ปัจจุบัน เป็นงานที่รวมเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างมากถึง 300 ล้านชม.มีอาสาสมัครช่วยงานมากกว่า 11,000 คนรวมทั้งสาธุ (พระสงฆ์ของนิกาย) ในจำนวนนี้เป็นช่างฝีมือประมาณ  7000 คนจากตระกูลช่างฝีมือชั้นยอดจากทั้งในอินเดียและต่างประเทศ เยาวชนและสาวกของมูลนิธิ BAPS SwaminarayanSansthaซึ่งเป็นองค์กรการกุศลของนิกาย กล่าวกันว่าการก่อสร้างขนาดใหญ่เช่นนี้ ตามปรกติจะต้องใช้เวลานานถึง 40 ปี แต่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของผู้สร้าง Pramukh Swami Maharajทำให้สามารถก่อสร้างเสร็จในเวลาอันสั้นเพียง 5 ปี
จากนั้น นำเที่ยวชมขับรถผ่าน  India Gate , Parliament and President House
18.00 รับประทานอาหารเย็นที่ ภัตตาคาร
พักที่โรงแรม DELUXE= ITC WELCOM (DWARKA) SUPERIOR=UDMAN RESORTS
(หมายเหต** หากเครื่องบินดีเลย์หรือ ตม.ช้า ทำให้ต้องปรับโปรแกรมทางทัวร์ขออนุญาตตัดโปรแกรมเที่ยว Akshardhamออกเนื่องจากต้องการให้ท่านพักผ่อนเพียงพอเพราะวันรุ่งขึ้นต้องตื่นตีสาม เพื่อลดการเสี่ยงการเป็น AMS)
 
วันที่สองของการเดินทาง  เดลี-เลห์
05.55 น. ออกเดินทางไปเลห์โดยAIR INDIAเที่ยวบินที่ AI445ระหว่างนั่งบนเครื่องท่านสามารถมองเห็นวิวสวย ๆ จากบนเครื่องได้
07.15 น. ถึงเมืองเลห์ รับกระเป๋าจากสายพาน จากนั้นพบเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรอต้อนรับที่หน้าประตูทางออก
เลห์(LEH)เป็นเมืองหลวงของลาดักห์ แคว้นแคชเมียร์ตะวันออก (Jammu Kashmir)และอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศอินเดีย ทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับทิเบต
ลาดักห์ (Ladakh) คือเมืองพุทธเก่าแก่เพียงแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในประเทศอินเดียห่างห่างจากเมืองนิวเดลลีประมาณ 615 ก.ม.  พื้นที่ทั้งหมดเป็นเทือกเขาสูง เมืองต่างๆกระจายอยู่ตามที่ราบหุบเขา เมืองเลห์(Leh)ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,505 เมตร ในขณะที่หลังคาโลกอย่างทิิเบต ตั้งอยู่บนระดับความสูงประมาณ3,700 เมตร
นำท่านเข้าพักที่โรงแรม เพื่อปรับร่างกายก่อน
บ่าย พาท่านเยี่ยมชม Shanti Stupa สร้างโดยชาวญี่ปุน จากShanti Stupa จะเห็นเมืองโดยรอบของเลห์ จากนั้นพาท่านไปยัง TsemoGompa  วัดอายุเก่าแก่กว่า 580 ปี ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่และคัมภีร์จากทิเบต บริเวณตัววัดจะเป็นป้อมปราการเก่า และมองเห็นตัวเมืองเลห์ได้จากจุดนี้
18.00 รับประทานอาหารเย็นที่ โรงแรม
พักที่โรงแรม DELUX = GRAND HIMALAYA SUPERIOR = LHARIMO
 
วันที่สามของการเดินทาง Hemis Monastery 
08.00 หลังรับประทานอาหารเช้า เที่ยวชม วัด Hemis Monastery วัดที่ใหญ่ที่สุดในลาดัก ห่างจากเลห์ 45 กม. ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสินธุ ทุกๆ12ปีจะมีการจัดการงานเทศกาล Hermis Festival หรือการขึงผ้าทังก้าที่ใหญ่มาก
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน
ชมวัดทิคเซย์ (Thikse Monastery) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ไปทางทิศใต้ประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นวัดของพระลามะนิกายหมวกเหลือง หรือ เกลุกปะ (Gelukpa) ซึ่งเป็นนิกายเดียวกับองค์ดาไลลามะองค์ปัจจุบัน ตั้งอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำสินธุ เป็นพระอารามขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขากลางทุ่งราบ ฉาบด้วยสีแดงและขาวเรียงรายลดหลั่นตามเนินเขานับร้อยหลัง มีกุฏิรายล้อมอยู่รอบอารามหลักสูง 12 ชั้น ด้วยรูปทรงของวัดมีความคล้ายคลึงกับ พระราชวังโปตาลา (Potala Palace) ที่ลาซา ทิเบต จึงได้รับฉายาว่าMini Potala
พักที่เลห์ โรงแรม DELUX = GRAND HIMALAYA SUPERIOR = LHARIMO
 
วันที่สี่ของการเดินทาง  เลห์ - นูบร้าวัลเล่ย์ 
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วเดินทางไปนูบร้าวัลเล่ย์ (Nubra Valley)ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเลห์นูบร้าเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อกไหลผ่าน มีอากาศอบอุ่นกว่า และ พื้นที่อยู่ระดับต่ำกว่าเลห์ ทำให้อากาศสบายๆ และเหมาะแก่การปลูกผลไม้เช่น แอปเปิ้ลแอปปริคอต การเดินทางมายังนูบร้าวัลเล่ย์ จะต้องผ่านเส้นทางถนนที่สูงที่สุดในโลกและผ่านจุดที่สูงที่สุดของเส้นทางคือ Khardung La Pass ที่ระดับความสูงราว 5,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากจุดสูงสุดของเส้นทางสามารถเห็นแนวเขาคาราโครัมแห่งปากีสถาน ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี การมาที่นูบร้าวัลเลย์นักท่องเที่ยวต้องทำ permit เช่นเดียวกับการเดินทางไปทะเลสาบปันกอง เพราะเป็นพื้นที่ห่างไกลและอยู่ใกล้ชายแดน วิวระหว่างทางสู่นูบร้าวัลเล่ย์ก็สวยแปลกตา โดยการเดินทางจะต้องแวะพักรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง แล้วจึงเดินทางต่อใช้เวลาประมาณ6-7 ช.ม. จึงจะถึงนูบร้าวัลเล่ย์
ข้อแนะนำ การหยุดเที่ยวที่ Khardung La Pass ไม่ควรอยู่ตรงนี้นานเกินไปเพราะมีความสูงถึง 5,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศจะเบาบางมากอาจจะให้เราไม่สบาย หรือ มีอาการแพ้ความสูงได้ ควรอยู่สัก 15-20 นาทีก็นั่งรถลงจากจุดนี้มาได้ หากรู้สึกว่าเหนื่อยมากให้พักที่รถจะดีกว่าชม วัดดิสกิต (DisketGompa) เป็นวัดเก่าแก่ และใหญ่ที่สุดในแถบนูบร้าวัลเล่ย์  สร้างในปี ค.ศ. 1420 มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เห็นโดดเด่น อยู่ข้างหน้าวัด วัดนี้มีการเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเข้าชม ที่วัดยังเป็นจุดชมวิวที่ดีอีกจุดหนึ่งที่สามารถเห็นหมู่บ้านดิสกิตและหมู่บ้านฮุนเดอร์ที่อยู่ทางซ้ายมือที่ไกลออกไป
ชม หมู่บ้านฮุนเดอร์เรียกว่า หมู่บ้านธารน้ำไหล เพราะไม่ว่าจะไปทางไหนของหมู่บ้านจะได้ยินเสียงธารน้ำไหลตลอดเวลา ที่ฮุนเดอร์ยังมีเนินทะเลทราย สีขาว มีอูฐไว้บริการนักท่องเที่ยวสำหรับขี่และถ่ายรูป (ค่าชี้อุฐประมาณ 200 รูปี / 30 นาที/ คน – ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์) เมื่อมองไปสุดลูกหูลูกตาก็จะเห็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมพร้อมเนินทรายอยู่ข้างหน้าสวยมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมทะเลทรายคือ ช่วงเวลาเช้า หรือ เย็น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีแสงสวยและไม่ร้อนจนเกินไป
เย็น รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม
พักโรงแรม DELUXE = DESERT HIMALAYA (LUXARY TENT), DESERT HIMALAYA (DELUXE TENT)
 
วันที่ห้าของการเดินทาง  นูบร้าวัลเล่ย์ -ทะเลสาบ แปงกอง
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วเดินทางไปชมทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลกทะเลสาบแปงกอง (Pangong Tso)  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ช.ม. ทะเลสาบมีความยาวราว 130 ก.ม. กว้าง 6-7 ก.ม. โดยมีพื้นที่ 30 % ของทะเลสาบอยู่ในเขตของประเทศอินเดีย และ พื้นที่อีก 70 % อยู่ในเขตประเทศจีน เป็นทะเลสาบน้ำเค็มแต่ก็ไม่ได้เค็มจัดแค่กร่อยๆ ความสูงประมาณ 4,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล 
เที่ยง ทานอาหารกลางวันระหว่างทาง แล้วเดินทางต่อ
บ่าย ชื่นชมความงามของทะเลสาบ ที่มีสีฟ้าใส ล้อไปกับสีของผืนฟ้า ตัดกับภูเขาดินทรายสีแดงที่มี หิมะปกคลุมยอด และ คืนนี้ท่านจะได้พักค้างแรมที่แคมป์ริมทะเลสาบโดยที่แคมป์จะเป็นหลังๆ มีห้องน้ำในตัว 
เนื่องจากช่วงที่ไปอากาศหนาวจัดจังไม่ได้นอนในตัวแคมป์ จะนอนที่ตัวตีกของโรงแรม
พักโรงแรม DELUXE/SUPERIOR = PANGONG HERITAGE RESORT
 
วันที่หกของการเดินทาง ทะเลสาบแปงกอง - เลห์
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่แคมป์ แล้วเดินทางกลับเลห์ทะเลสาบปันกองห่างจากตัวเมืองเลห์ประมาณ 125 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ช.ม. โดยเส้นทางไปเลห์ต้องผ่านเส้นทางเรียกว่า Chang La Pass ที่ความสูงประมาณ 5,360 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางหรือถนนที่สูงเป็นอันดับสามของโลก ระหว่างทางกลับเราอาจพบเห็นสัตว์อนุรักษ์คือตัวมอมอต (คนท้องถิ่นเรียก มามุต) คล้ายกระรอกตัวโต ซึ่งจะปรากฏออกมาให้เราเห็นในช่วงฤดูร้อน
เที่ยง ทานอาหารกลางวันระหว่างทาง แล้วเดินทางต่อ
บ่าย เย็น จะเดินชมตลาดสินค้าพื้นเมือง เพื่อเลือกซื้อของฝาก
พักโรงแรม DELUX = GRAND HIMALAYA SUPERIOR = LHARIMO
 
วันที่เจ็ดของการเดินทาง  เลห์ - เดลี - กรุงเทพฯ  
เช้าตรู่ อาหารเช้า ที่ โรงแรมจากนั้นเตรียมตัวเช็คเอ้าท์และออกเดินทางสู่สนามบินเลห์เพื่อเดินทางกลับไปยังเดลลี
11:00  น. เหินฟ้าสู่กรุงนิวเดลลี  โดยAIR INDIA เที่ยวบินที่ AI446
12:20  น. ถึงสนามบินนานาชาติอินทิรา คานธีนำท่านเดินทางจากสนามบินภายในประเทศ ต่อไปยังสนามบินระหว่างประเทศเพื่อต่อเครื่องกลับกรุงเทพมหานคร 
13:50 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยAIR INDIA เที่ยวบินที่ AI332(มีอาหารเที่ยงบริการบนเครื่องบิน)
19:35 น. ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

 

 
………………..จบการเดินทาง................
อัตราค่าบริการ/ท่าน ออกเดินทาง 10 ท่านขึ้นไป โดยมีหัวหน้าทัวร์
วันเดินทาง พัก2-3ท่าน พักเดี่ยวเพิ่ม
18-24 พ.ค.62  45,900 บาท         7,500 บาท
13-19 ก.ค.62       45,900 บาท          7,500 บาท
12-18 ต.ค.62       44,900 บาท          7.500 บาท
 
อัตรานี้รวม: 
- ที่พักห้องละ 2-3 ท่าน
- อาหารตามมื้อที่ระบุ
- น้ำเปล่าวันละ 2  ลิตร
- วีซ่าประเทศอินเดีย แบบ E-visa
- ประกันภัย วงเงิน 1 ล้านบาท (มีประกันสุขภาพ)แบบกลุ่ม
- ออกซิเจนถังสำหรับช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน (ไม่มีออกซิเจนกระป๋อง)ติดรถ
- ค่าขี่อูฐ Hunder
- ค่ารถเดินทาง Innovaในเลห์ลาดัก
- ค่ารถเดินทาง tempo ในอินเดีย
- ตั๋วเครืองบินไปกลับกรุงเทพ-เดลี-เลห์ลาดัก ชั้นประหยัด
อัตรานี้ไม่รวม:
-ทิปไกด์ คนขับรถ เด็กยกกระเป๋า ,ค่าใช้จ่ายส่วนตัว , 
 
การชำระเงิน: 
งวดแรก หลังจากยืนยันการจอง  ชำระมัดจำ 15,000 บาท ภายใน 7 วัน โอนเข้าบัญชี
งวดที่สอง ชำระเงิน ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน
อัตราทิปไกด์และคนขับ :ท่านละ 1500 รูปีโดยมอบวันสุดท้ายของการเดินทางที่เลห์
อัตราทิปหัวหน้าทัวร์ : ท่านละ 400 บาท โดยมอบวันสุดท้ายของการเดินทางที่เลห์
 
วีซ่าอินเดีย
1.หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง พร้อมสำเนา 2 ฉบับที่มีอายุใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และต้องครอบคลุมการเดินทางไปอินเดีย หรือตามอายุของระยะเวลาวีซ่าที่ร้องขอ และ ต้องมีหน้า Visa ว่างมากกว่า 2 หน้า ขึ้นไป หากมีการชำรุดหรือขาดไม่สามารถใช้ได้
 2.รูปถ่ายสีปัจจุบัน (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6เดือน) ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 2รูป พื้นหลังสีขาวเท่านั้น และต้อง 2x2 นิ้วเท่านั้น ไม่ขาดไม่เกิน ต้องเห็นหน้าชัด ตั้งแต่หัวไหล่ไปจนสุดศีรษะ ห้ามแม็ครูปในแบบฟอร์ม ให้ติดกาวเท่านั้น
3.สำเนาบ้านเลขที่พร้อมเซ็นกำกับ 2 ใบ
4.สำเนาบัตรประชาชนพร้อมลายเซ็นกำกับ  2 ใบ
5. กรอกข้อมูลส่วนตัว (ภาษาอังกฤษ) ตามแบบฟอร์มในดาวน์โหลด

 

สอบถามรายละเอียด

ทัวร์แนะนำ

FIT(กรุปส่วนตัว)
12 วัน11 คืน

ABC12D

Annapurna Base Camp ABC Trekking หิมาลัยไปง่ายๆ บินไปกลับโพคขรา+อาหาร
FIT(กรุปส่วนตัว)
13 วัน 12 คีน

ABCPoonHill 13D

ABC+PoonHill Trekking (Annapurna Base Camp+Poonhill) 13 วัน12 คืน ออกเดินทางได้ทุกวัน ไม่รวมตั๋วระหว่างประเทศ
FIT(กรุปส่วนตัว)
9 วัน 8 คืน

PoonHill 9D

Poon Hill Trek 9 วัน 8 คืน ออกเดินทางได้ทุกวัน ไม่รวมตั๋วระหว่างประเทศ บินไปกลับโพคขรา+อาหาร
Collective(จอยกรุป)
15 วัน 14 คีน

Wonderful EBC

Everest Base Camp Classic Route รวมวีซ่า, ประกันการเดินทางแบบมี ฮ. รวมตั๋วการบินไทย รวมอาหารทุกมื้อ,ถุงนอน, เสื้อขนเป็ด, Duffle Bag โรงแรม, ที่พัก, เสริมอาหารไทย

Copyright © 2018 - Serene Tour : Simply Himalaya
Serenity is your destination