MENU
0869591542, 0924951956, 026833545 serenetour@hotmail.com LINE ID : serenetour

ออกนอกเส้นทาง คาราโคลัม (Pakistan Northwest)

 พระพุทธศาสนา ( Buddhism Sector)

เส้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน เป็นเส้นทางที่ยังคงบริสุทธิ์ เนื่องจากเพิ่งเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ไม่นาน Swat Valley(เมืองสวัทต์) อดีตฐานที่มั่นของกลุ่มอัลกออิดะห์ ถูกเปิดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ค้นพบโบราณสถานทางพระพุทธศาสนาจำนวนมากถึง 500 กว่าแหล่งและอยู่ในความดูแลของรัฐบาลปากีสถานเพียง 200 แห่ง สถูปสมัยพระเจ้าอโศกมหราชที่สร้างไว้เป็นหลักฐานการมีอยู่ของพระพุทธศาสนายังคงมีให้เห็นและอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์แม้ผ่านกาลเวลามามากกว่า 2000 ปี พระบรมสารีริกธาตและพระอรหันตธาต ก็ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ การใช้อัญมณีอย่าง Lapis ประดับพื้นสถูปที่แสดงให้เห็นความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในอดีต เป็นหลักฐานที่ชัดเจนของความมีอยู่จริงของพระพุทธศาสนาและการเผยแพร่พระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

 

 

 

 

  

ตักศิลา (Taxila) มรดกโลกทางวัฒนธรรม

   เป็นมหาวิทยาลัยและเป็นศูนย์กลางของศิลปวิชาการ ในอดีตของอินเดียตั้งแต่ก่อนพุทธกาล มีสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์สั่งสอนศิลปวิทยาต่างๆ แก่ศิษย์ที่มาเล่าเรียนในแถบดินแดนชมพูทวีป บุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงหลายท่านที่สำเร็จการศึกษาจากที่แห่งนี้ เช่น พระเจ้าปเสนทิโกศล หมอชีวกโกมารภัจจ์ องคุลีมาลภายในพิพิธภัณฑ์ตักศิลาจะแสดงให้เห็นยุคแรกที่มีการสร้างพระพุทธรูป ที่ได้รับอิทธพลจากกรีกโรมันด้วยพระพักตร์และเครื่องทรงที่คล้ายเทพเจ้ากรีก เมื่อพระถังซัมจั๋งเข้ามาในดินแดนนี้พระพักตร์ก็มีลักษณะไปทางศิลปะจีน/ทิเบต รวมทั้งอิทธิพลของฮินดู ทำให้พระพุทธรูปที่แสดงไว้ที่นี่หลากหลายอารยธรรมไปตามการเข้ามาปกครองของราชวงศ์ต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่จัดเก็บรักษา พระเขี้ยวแก้ว(เหมือนที่ศรีลังกา) ซึ่งมี 2 องค์ องค์แรกยังคงอยู่ในสถูป อีกองค์บรรจุไว้ในผอบสีทอง เพื่อสะดวกแก่การที่ประเทศต่างๆมาขอนมัสการไปแสดงเพื่อให้ประชาชนในประเทศนั้นๆได้สักการะ ความรุ่งเรืองของนครตักศิลาถึงขีดสุดในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์ได้สร้างตักศิลาให้มีชื่อเสียงพร้อมๆ กับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ชนชาติเฮฟทาไลต์ (Hephthalite) ได้ยกทัพมาตีอินเดียและทำลายพระพุทธศาสนา ทำให้เมืองตักศิลาพินาศสูญสิ้นแต่บัดนั้นปัจจุบันนี้ คงเหลือแต่ซากเมืองให้ได้เห็น มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ พิพิธภัณฑ์ตักศิลา ซึ่งได้เก็บรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับความเป็นอยู่และภูมิปัญญาของชาวตักศิลายุคต่าง ๆ เอาไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ รวมถึง ซากสถูปเจดีย์ วัดวาอาราม และปฏิมากรรม แบบศิลปะคันธาระ จำนวนมาก อันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้คน จนรัฐบาลปากีสถานได้อนุรักษ์ไว้เป็นโบราณสถานภายใต้การสนับสนุนขององค์การยูเนสโก

ผู้คน (People)

 ความน่าสนใจที่เป็นไฮไลต์ของเส้นทางคือ ชนเผ่ากาลาชี (Kalashi) ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ยังมีวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมสวมเสื้อผ้าประจำเผ่าที่สวยงามประดับประดาไปด้วยลูกปัดและเครื่องประดับบนศรีษะที่งดงามอลังการ เต็มไปด้วยสีสัน นั่งทอผ้า ซักผ้า รีดนมวัว เลี้ยงลูก วิ่งเล่น ไปโรงเรียนด้วยชุดประจำเผ่า เหมือนเมื่อพันปีก่อนที่ตามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช มาและตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณนี้ หมู่บ้านนี้อยู่ชายแดนของประเทศอัฟกานิสถาน ผู้คนจะมีหน้าตาผิวพรรณไปทางยุโรป ตาสีเขียว ฟ้า น้ำตาล แตกต่างกันไป ผิวขาวอมชมพู ลักษณะภูมิประเทศของหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณใกล้เทือกเขา มีแม่น้ำใหลผ่ากลางหมู่บ้าน บริเวณเนินเขาจะเป็นที่ปลูกแอพพิคลอท เชอรี่ ทำให้ในช่วงเดินเมษายนจะเต็มไปด้วยสีชมพู และเชอรี่บางต้นก็ให้ผลผลิต
 

 

 

 

  

 

 

   เทือกเขาฮินดูกูช (Hindu Kush Range)

 เทือกเขาฝั่งตะวันตกของปากีสถานคือเทือกเขา ฮินดูกูช ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดที่เมืองชิตตรัลและหมู่บ้านกาลาซ ในวันที่อากาศดีจะเห็นยอดเขาที่สูงสุดคือยอด Tirich Mir (7708m) ซึ่งเป็นชายแดนระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถาน

  

 

 

  มัสยิด (Mosque)

ปากีสถานเป็นรัฐอิสลามผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มัสยิดจึงมีความสวยงามและยิ่งใหญ่สมกับความศรัทธาในองค์อัลเลาะห์ แต่เปิดกว้างให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมมัสยิดภายในประดับประดาไปด้วยหินสีโมเสกของทิวลิปที่เป็นสัญญลักษณ์ของศาสนาที่ไม่มีรูปเคารพ BADE Shahi Mosque ตั้งอยู่ใจกลางเมืองละฮอร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1673 โดยศิลปะแบบโมกุล ด้านนอกประดับประดาด้วยหินอ่อนและหินทราย จากอิตาลี เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุด ของศิลปะในยุคโมกุล

 

 

 

 

  

 ชายแดนอินเดีย-ปากีสถาน (Wakan Border)

หลังประกาศอิสระภาพจากประเทศอังกฤษ ปากีสถานกับอินเดียซึ่งเคยเป็นประเทศเดียวกันก็ได้แบ่งเป็นสองประเทศแต่ความสัมพันธ์ของผู้คนในบริเวณชายแดนก็ยังเชื่อมต่อกันอยู่ ในรัฐปัญจาบอย่างละฮอร์และอัมริสสา มีการเฉลิมฉลองด้วยการเชิญธงขึ้นและลงจากยอดเสา การโห่ร้องเชียร์ปลุกเร้าใจของประเทศตนเองให้รักชาติและฮึกเหิม บนอัฒจรรย์ และการตบเท้าเพื่อข่มขวัญต่อประเทศตรงข้ามเป็นภาพที่ชวนทำให้ฮึกเหิมและนึกรักประเทศตนเองได้ดีจริงๆ

Copyright © 2019 - Serene Tour : Simply Himalaya
Serenity is your destination